talk-easy

โทรศัพท์มือถือ ยี้ห้อดัง ที่ผมกำลังใช้อยู่นี้

แรกซื้อมานั้น มันเป็นสิ่งที่หน้าตื่นตาตื่นใจต่อผู้คนที่ผมเห็นเป็นอย่างมาก

สำหรับผม เรื่องความหรูหราไม่ใช่ประเด็นสำคัญนักในการเลือกซื้อ แต่ความสามารถของมันตรงตามความต้องการของผม

ชีวิตคนเราบางครั้งก็ต้องยอมจ่ายแพงหน่อย เพื่อสนองความต้องการ


ผมใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ อย่างคุ้มค่า จนวันนี้ ผ่านไปสองปีแล้ว

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ ราคาของมัน ลดลง เกือบสิบเท่า จากราคาเริ่มต้น อีกทั้งมันก็ไม่ได้เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจแก่ผู้คนที่พบเห็นอีกแล้ว

ที่สำคัญ ปุ่มกดของมัน ก็เริ่มมีปัญหา จริงๆก็มีเพียงสามปุ่มเท่านั้นที่ต้องใช้ความสามารถขั้นสูงในการกด

ก็คือ ปุ่มรับสาย ปุ่มวางสาย และปุ่มเมนู เท่านั้นเองครับ ย้ำ!เท่านั้นเองครับ


ดังนั้นการใช้ปุ่มสามปุ่มนี้ เลยต้องพึ่งตัวช่วย เจ้าตัวช่วยที่ว่านั้นก็คือ

"ไม้จิ้มฟัน" ใช่แล้วครับ ไม่จิ้มฟันอันจิ๋ว ที่ใช้แคะฟันแคะเล็บนั่นแหละ


วิธีใช้ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ ทุกครั้งที่ผมจะใช้ เจ้าสามปุ่มนี้(ซึ่งมันก็เกือบทุกครั้งที่จับโทรศัพท์นั่นแหละครับ) ก็เพียงแค่ ถอดหน้ากากหน้าหลังออกมา ถอดแป้นปุ่มออก แล้วก็ใช้ไม่จิ้มฟัน จิ้มลงไปกดในช่องปุ่ม ก็เท่านั้นเองครับ
เท่านี้ผมก็สามารถใช้เจ้าสามปุ่มนี้ได้แล้ว


ชีวิตคนเรา ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งในทางดีและในทางเศร้า

โลกสอนให้เราอย่ายึดติด แต่ ความผูกพันธ์ก็เป็นพื้นฐานนิสัยของมนุษย์


ดังนั้นก็คงขึ้นอยู่ว่าแต่ละคน จะมองความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างไร และมีวิธีรับมือกับมันเช่นไร


ผมเชื่อว่า ในความเปลี่ยนแปลงทุกความเปลี่ยนแปลง มันจะมีสิ่งดีๆซ่อนอยู่เสมอ



ในครั้งต่อไปเมื่อคุณต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง

ลองหาดูนะครับ




ว่าคุณจะใช้อะไรเป็นไม่จิ้มฟัน










ต้นน้ำ บัวไร
7/02/50

---------------------------------------------------------------------------

สวัสดี ชาว exteen ทุกท่านครับ



edit @ 2007/02/07 14:13:25

ใกล้วันแห่งความรักเข้าไปทุกทีแล้วนะครับ

สำหรับคนที่กำลังมีคู่ให้หวานฉ่ำ อยู่ก็คงที่จะใจจดใจจ่อรอให้ถึงวันนี้เร็วๆ

แต่สำหรับคนที่ยังเงียบเหงา ไร้คู่ชูชิด ก็คงจะมองว่าวันแห่งความรักนี้ เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น เผลอๆอาจจะไม่สนใจใยดีด้วยซ้ำ

จริงๆมันก็เป็นเรื่องธรรมดาและเป็นสัจจธรรมของมนุษย์ดาวดวงนี้อยู่แล้วครับ ที่ย่อมจะยินดีกับความสุข และ มองความทุกข์เป็นของแสลง

มนุษย์เราชอบความสุขและความราบรื่น ครับ ผมก็ชอบ

แต่บางครั้ง บางมุมมองของความทุกข์และอุปสรรค์ก็มีประโยชน์ให้เราเก็บเกี่ยวเช่นกัน

ผมชอบเรื่องเล่าของชาวญี่ปุ่นอยู่เรื่องหนึ่ง ผมได้รับเรื่องเล่านี้มาจากฟอร์เวิร์ดเมลล์

ว่ากันว่าคนญี่ปุ่นเป็นชาติที่ชอบกินปลามากๆ โดยเฉพาะปลาสดๆ

ชาวประมงออกหาปลาทูนากว่าจะกลับเข้าฝั่ง ปลาก็ตายและไม่สด ทำให้ค้าขายได้ไม่ค่อยดี

จนวันนึงชาวประมงผู้นั่นก็เกิดไอเดียที่จะรักษาความสดของปลาทูน่านั้น จึงได้ลองจับปลาทูนาที่จับมาได้ ใส่กระชังไว้ ไม่ให้ปลาตายก่อนถึงฝั่ง

ผมที่ได้คือ ได้ปลาที่ค่อนข้างสด แต่ยังไงๆ ก็ยังไม่ถูกใจลูกค้าอยู่ดี เพราะปลาเหล่านั้นไร้ชีวิตชีวา

ชาวประมงจึงคิดหาวิธีที่จะรักษาความสดของปลานั้นให้ถูกใจลูกค้าที่สุด

จนมาถึงวิธีที่เด็ดที่สุดคือ

ครั้งต่อไปพอชาวประมงออกหาปลาทูน่า ชาวประมงก็ยังคงใช้วิธีเลี้ยงปลาไว้ในกระชัง แต่คราวนี้ ชาวประมงได้ใส่ปลาฉลามไว้ในกระชังนั้นด้วย จึงทำให้ปลาทูนาในกระชังนั้น มีชีวิตชีวาและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แม้จะมีปลาทูน่าบางส่วนที่ถูกปลาฉลามกินไป แต่หักลบกำไรขาดทุนแล้วก็ถือว่าคุ้ม

ผมว่าบางครั้งชีวิตเราก็ต้องรู้จักที่จะพบเจอกับอุปสรรค และความทุกข์บ้างบ้าง เพื่อความตื่นตัวในชีวิต และความเข้มแข็งของจิตใจ

ไม่เช่นนั้น เราจะไม่รู้จักเรียนรู้ ที่จะเผชิญกับปัญหา จนทำให้เราไม่รู้จักวิธีรับมือกับมัน

มีความสุขในวันแห่งความรักนะครับ

ต้นน้ำบัวไร

หลังจากระบบ Internet ของผมล้มลุกคลุกคลานไปหลายวัน วันนี้ ระบบกลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วครับ


ตั้งแต่ผมเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ ผมเคยกึ่งปฏิญาณ กึ่ง หลงๆลืมๆ กับตัวเองไว้ว่า ถ้ามีโอกาส ผมจะกลับไปเอาเท้าสัมผัส พื้น ของสถานที่หลายๆสถานที่ ของ มหานครกรุงเทพฯ ที่ผมเคยมาเยือนเมื่อสมัยเด็กๆ

และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสกลับไปในที่ที่ เคยไปเยือนเมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อย อีกครั้ง


ที่นั่นคือ สวนสัตว์ดุสิต หรือ เขาดินนั้นเอง


เขาดินเป็นหนึ่งในสถานที่หลายๆสถานที่ ที่ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะกลับมาเยือนอีกครั้ง ถ้ามีโอกาส




ครั้งนี้เป็นการเยือนเขาดินครั้งที่สามของผม ในช่วงสามวัย

วัยเด็กน้อย

วัยเด็ก

และล่าสุด วัยรุ่น




การได้กลับมาเขาดินอีกครั้ง ก็เปรียบเสมือน ได้กลับมาเป็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักอีกครั้ง



ผมนำกระเป๋า และสัมภาระ ฝากไว้ กับพ่อและแม่ มีเพียงกล้องถ่ายรูปและกล้องส่องทางไกล เท่านั้น ที่เป็นสัมภาระ ติดตัวไป


ผมเดินตระเวนบินเดี่ยว ดูสัตว์ (และสาวๆ) ไปเรื่อยๆ เดินไปพักใหญ่ๆก็มีสัมภาระเพิ่มขึ้น คือ ไอติม วอลล์ pop-up เพื่อไว้กิน ล่อ ยีราฟ



ไม่นานผมก็เดินรอบเขาดิน


ผมมีความรู้สึกเหมือนกับว่า ได้กลับมาเยี่ยม บรรดาเพื่อนเก่าๆ หลายต่อหลายตัว ไม่ว่า จะเป็น ครอบครัวคุณนายมะลิ หรือจะเป็น อีกา ที่ผมมาสองครั้งแรกมันก็หน้าตาแบบนี้ มันต้องเป็นตัวเดิมแน่ๆ หรือแม้แต่ จระเข้ยักษ์ ที่ผมเห็นมาตั้งแต่สองครั้งแรกที่ไป จระเข้ตัวนี้มีเหรียญสตางค์อยู่เต็มหลังเลยครับ สองครั้งแรกผมก็เห็นแบบนี้ ผมว่าเหรียญเหล่านั้นคงกลายเป็นเนื้อเดียวกับจระเข้ตัวนั้นไปแล้ว


นอกจากบรรดาสัตว์ ต่างๆมากมาย และถังขยะใส แล้ว(ถังขยะรูปจิงโจ้หายไป) สิ่งที่สวยงามมากๆในเขาดินคือธรรมชาติ ต้นไปเขียจขจี ร่มรื่น โรแมนติคชะมัด

ผมเคยคิดไว้ว่า ถ้ามีแฟน ผมจะต้องหาโอกาสพาเธอมาปั่นเรือถีบที่เขาดินให้ได้(แม้ตอนนี้จะได้แต่คิดไปก่อนก็เถอะครับ)



ทราบข่าวมาคร่าวๆว่า เขาดินจะถูกย้าย คิดแล้วก็น่าใจหาย ไม่รู้เหมือนกันว่า เจ้าบรรดาเพื่อนใหม่และเพื่อนเก่าของผม จะชอบใจที่ใหม่ที่กำลังจะไปหรือไม่



แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าเกิดมีการย้ายขึ้นมา ไม่ว่าพวกมันจะชอบหรือไม่ชอบ บ้านหลังใหม่นั้น



พวกมันจะทำอะไรได้ จริงมั้ยครับ









ต้นน้ำ บัวไร
21/02/50