2007/May/04

08:00 ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว และใส่กางเกง ใส่เข็มขัด


10:00 ปฏิบัติภาระกิจ


12:05 เสร็จสิ้นภาระกิจแรก


13:00 เข้าห้องประชุม ทุกคนมามองแล้วยิ้มกันทั้งห้อง อย่างว่าของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา


15:30 แว๊บ! ประชุม ออกมากินข้าว จริงๆก็ แว๊บ กันออกมาทั้งห้องประชุมแหละ เพราะประชุมเสร็จแล้ว คนในศูนย์อาหารหันมามองอีกแล้ว โดยเฉพาะสาวๆ อย่างว่าของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา


16:00 ประชุมกอง(หนังสั้น) พร้อมทีมงานมากมายหลายชีวิต(3 คน) ทีมงานหันมามองแล้วยิ้ม อย่างว่าของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา


17:15 ประชุมเสร็จ ก็แยกย้ายกันกลับ ระหว่างทางกลับ สาวๆหันมามองแล้วก็ยิ้ม อย่างว่าของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา


17:20 ย้ายตัวเองมาอยู่ที่ร้านหนังสือ ระหว่างเลือกหนังสือ คนขายก็มองไปแล้วยิ้มไป อย่างว่าของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา


17:40 ย้ายตัวเองอีกครั้งมาอยู่ที่ร้านหนัง เช่นเดิม พนักงานสาวในร้าน หันมามองแล้วยิ้ม อย่างว่าของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา


17:58 ถึงห้องพัก จัดแจงเก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างทางเข้าห้องสาวๆห้องตรงข้ามก็หันมามองแล้วยิ้มอย่างว่าของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา


18:00 รู้ตัวเองซะที
















คุณเคยลืมรูดซิปกางเกง ออกไปข้างนอกนานสุดกี่ชั่วโมงครับ







ต้นน้ำ บัวไร
๐๔/๐๕/๕๐

2007/Apr/30

เก็บกระเป๋า จัดของ เช็คตั๋ว วันนี้คงพร้อมแล้ว ที่ผมจะออกเดินทาง

ผมมักได้ยินศิลปินหลายๆท่านพูดว่า การทำงานศิลปะ สถานที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเมื่อก่อนผมคิดค้านคำพูดนี้เล็กๆ

ตอนนั้นผมคิดว่า การจะทำงานศิลปะ ถ้าใจ และอารมณ์ในการทำบังเกิดเสียอย่าง ที่ไหนๆก็สามารถทำงานศิลปะได้

การที่ศิลปินบางท่านออกมาพูดว่า ภาพนี้ผมต้องบินไปเขียนถึงฝรั่งเศส เพลงนี้ ผมต้องบินไปแต่งถึงญี่ปุ่น หนังเรื่องนี้ ผมต้องไปเขียนบทไกลถึงภูเก็ต ผมเคยคิดว่ามันเป็นเพียงข้ออ้างของการออกไปหาอารมณ์เท่านั้น

แต่วันนี้ผมก็รู้ว่า ผมช่างโงเขลาเบาปัญญานัก เพราะแท้จริงแล้วสถานที่เป็นส่วนสำคัญจริงๆในการทำงานศิลปะ


ผมมีโปรเจคอยู่สองชิ้นที่คิดไว้ว่าจะทำและต้องทำให้สำเร็จ พร้อมกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจอีกสองสามเรื่อง ทั้งเรื่องเรียนต่อ เรื่องงาน และเรื่องความรัก

ต่างจังหวัดเป็นจุดหมายเดียวในการปฏิบัติภาระกิจของผม ไม่มีเหตุผลกลใด รู้เพียงแต่ว่า ผมทำสิ่งเหล่านั้นที่กรุงเทพฯไม่ได้แน่ๆ

และต่างจังหวัดนั้นก็ไม่ใช่ที่อื่นไกล

บ้านผมเอง

อย่างที่บอกผมเคยคิดว่า การจะทำงานศิลปะ ถ้าใจ และอารมณ์ในการทำบังเกิดเสียอย่าง ที่ไหนๆก็สามารถทำงานศิลปะได้

แต่ผมเองก็กลับไป เขียนงาน เขียนเพลง หรือทำอะไรที่ต้องใช้ความคิด ที่บ้านอยู่บ่อยๆ โดยไม่ได้คิดเลยว่านั่นคือการออกไปหาอารมณ์อาจเป็นเพราะที่นั่นคือบ้านผม บ้านที่คุ้นหูคุ้นตา ผมเลยไม่ได้มองว่ามันเป็นสถานที่แปลกใหม่ แต่ในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ งานทั้งหลายที่แล้วเสร็จ ก็ต้องยกให้ความดีความชอบ ให้สถานที่ด้วย

เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมเชื่อแล้วว่า การทำงานศิลปะ สถานที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ


อย่างน้อยๆ การกลับไปคิดอะไรๆที่บ้าน

ก็มีความรักอบอวลอยู่รอบๆกาย

เมื่อหัวใจแล่น สมองก็สูบฉีด


ต้นน้ำ บัวไร
๓๐/๐๔/๕๐


ป.ล.ผมคงไสหัวไปเก็บตัวอยู่บ้านสักพักใหญ่ๆ ตั้งเป้าว่าจะใช้ Internet อาทิตย์ละครั้ง ผมคงคิดถึงพวกคุณน่าดู

ด้วยมิตรภาพครับ

2007/Apr/29

คุณร้องไห้และยิ้มครั้งล่าสุดเมื่อไร?


ผมเป็นลูกคนเดียวแน่นอนลูกคนเดียวก็คือไม่มีพี่ไม่มีน้อง หลายๆคนอิจฉาผมเพราะรู้สึกว่าการเป็นลูกคนเดียวมันดูสบายและมีความสุขซะเหลือเกิน

ใช่ครับมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่ในมุมเล็กๆก็ไม่มีใครรู้หรอกว่า ลูกคนเดียวอย่างผมอยากมีน้อง โดยเฉพาะน้องสาว


หลายเดือนก่อนเพื่อนผมคนหนึ่งส่งเพลงญี่ปุ่นเพลงหนึ่งมาให้ฟัง ผมดองเพลงนี้ไว้อยู่หลายวัน อาจเป็นเพราะ ถ้าไม่นับ เพลงการ์ตูน เพลงซุบารุ ที่เคยใช้ร้องประกวด หรือเพลงของ x-japan เพลงญี่ปุ่นอื่นๆผมก็ไม่ค่อยจะถูกใจในการฟังนัก

แต่แล้วผมก็ฟังเพลงนี้จนได้

ทันทีที่ได้ยิน ผมชอบเพลงนี้ทันที(ดูใจง่ายชะมัด) เนื้อเพลง ทำนอง และดนตรี ฟังแล้วคล้ายเพลงที่ย้อนไปในสมัยสัก 20-30ปีที่แล้ว (ผมยังไม่เกิดนะตอนนั้น) ตัวเพลงแม้จะสื่อออกมาในทางอารมณ์เศร้า แต่แต่แอบแฝงไปด้วยความสุขเล็กๆและกลิ่นอายของท้องทะเล (นี่ผมเวอร์ไปหรือเปล่าเนี่ย) อ้อ!ผมลืมบอกไปว่า เพลงนี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่า

Nada Sou Sou (แปลเป็นภาษาพื้นเมืองของโอกินาว่า ได้ว่า "น้ำตาไหลริน") ตอนนั้นรู้มากลายๆว่า เพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนต์ที่มีชื่อเรื่องเดียวกัน

เพลงนี้เป็นเพลงประจำ เครื่องเล่นของผมเลยทีเดียว

แล้วพรหมลิขิตก็ชักพา ในขณะที่ผมกำลังเดินเล่นอยู่ในร้านหนังร้านหนึ่ง ณ จุดที่วางแผ่นหนังที่มาใหม่ ก็มีหนังที่มีชื่อเรื่องชื่อเดียวกันกับเพลงที่ผมชอบนี้ วางอยู่ ผมไม่ลังเลที่จะหยิบหนังเรื่องนี้มาไว้ในอ้อมกอด

เอาหนังมาดูโดยไม่มีความรู้อีกแล้ว จัดเป็นหนังเสี่ยงอีกเรื่อง แต่เอานา! เพลงเพราะนี่ ยังไงก็น่าจะมีเพลงนี้ในหนังบ้างแหละ

เรื่องราวความรัก(อีกแล้ว) ระหว่างพี่ชาย น้องสาว (ปลอมๆ) ดำเนินผ่าน หมู่เกาะและท้องทะเลที่สวยงาม จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าวันนึง คุณหลงรักน้องสาว(ปลอมๆ)ของคุณเอง และที่สำคัญ เธอก็รักคุณ

ผมตั้งหน้าตั้งตาดูหนังเรื่องนี้โดยลืมเรื่องเพลงประกอบไปเลย (ซึ่งเพลงที่ว่า โผล่มาในเรื่องไม่ถึงยี่สิบวินาที ถ้าไม่นับฉากจบตอนที่เครดิต ผู้จัดทำและนักแสดงวิ่งขึ้นจอ) หนังสวยทั้งภาพและบท น่าตบกะโหลกก็แค่ฉากจบเท่านั้น ทำร้ายจิตใจและเรียกน้ำตากันชะมัด

ถ้าคุณจำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดที่คุณร้องไห้และยิ้มพร้อมกัน นั้นมันเกิดขึ้นเมื่อไร

ผมแนะนำให้หา หนังเรื่อง Nada Sou Sou เรื่องนี้มาดู

แล้วคุณจะรู้ว่า





มันเพิ่งเกิดขึ้นหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ





ต้นน้ำ บัวไร
๒๙/๐๔/๕๐